1. วิธีการอินาเบิล iptables ขึ้นมาใช้งาน
เช็คก่อนครับว่าที่เครื่องมีติดตั้ง iptables ไว้หรือยัง ใช้คำสั่ง rpm -qa | grep iptables
[root@opensips ~]# rpm -qa | grep iptables
ถ้าติดตั้งไว้แล้วก็จะมีข้อความประมาณนี้ครับ
iptables-ipv6-1.3.5-4.el5
iptables-1.3.5-4.el5
ถ้าติดตั้งไว้แล้วก็จะแสดงให้เห็นครับ ถ้ายังไม่มีก็ต้องติดตั้งเพิ่มครับ ใช้คำสั่ง yum -y install iptables
ตัว iptables-ipv6 ไม่จำเป็นต้องติดตั้งครับ เพราะเป็น IPv6 แต่เราใช้แค่ IPv4 ใช้ไฟล์ล่าง iptables เฉยๆก็พอ
[root@opensips ~]# yum -y install iptables
2. ไฟล์คอนฟิก iptables
เมื่อติดตั้งแล้วจะมีไฟล์คอนฟิกของ iptables ชื่อ "iptables" อยู่ที่โฟลเดอร์ /etc/sysconfig ครับ เราแก้ไขไฟล์ๆนี้ก่อนที่จะสั่งให้ iptables ทำงาน ตัวอย่างข้อมูลในไฟล์ /etc/sysconfig/iptables เป็นตามนี้ครับ
# Firewall configuration written by system-config-securitylevel
# Manual customization of this file is not recommended.
*filter
:INPUT ACCEPT [0:0]
:FORWARD ACCEPT [0:0]
:OUTPUT ACCEPT [0:0]
:RH-Firewall-1-INPUT - [0:0]
-A INPUT -j RH-Firewall-1-INPUT
-A FORWARD -j RH-Firewall-1-INPUT
-A RH-Firewall-1-INPUT -i lo -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -p icmp --icmp-type any -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -p 50 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -p 51 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -p udp --dport 5353 -d 224.0.0.251 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -p udp -m udp --dport 631 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -p tcp -m tcp --dport 631 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state ESTABLISHED,RELATED -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 22 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 80 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 443 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -j REJECT --reject-with icmp-host-prohibited
COMMIT
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ปิดการ access ของ root ผ่าน ssh
ปิดการ access ของ root ผ่าน ssh
Prerequirement CentOS 5.x
Step
1. login ด้วย root เข้าสู่ระบบ (จะได้มั่นใจได้ว่า เราแก้ไขได้ทุกไฟล์)
2. cd /etc/ssh
3. vi sshd_config
4. หาบรรทัดที่มีคำว่า PermitRootLogin โดยพิม /PermitRootLogin
5. ลบ # ออกด้านหน้า แล้วแก้เป็น PermitRootLogin no
6. เซฟไฟล์ แล้ว restart sshd
service sshd restart
7. logout แล้วลอง login ใหม่เป็น root จะเป็นหว่า login ไม่ได้แล้ว
Prerequirement CentOS 5.x
Step
1. login ด้วย root เข้าสู่ระบบ (จะได้มั่นใจได้ว่า เราแก้ไขได้ทุกไฟล์)
2. cd /etc/ssh
3. vi sshd_config
4. หาบรรทัดที่มีคำว่า PermitRootLogin โดยพิม /PermitRootLogin
5. ลบ # ออกด้านหน้า แล้วแก้เป็น PermitRootLogin no
6. เซฟไฟล์ แล้ว restart sshd
service sshd restart
7. logout แล้วลอง login ใหม่เป็น root จะเป็นหว่า login ไม่ได้แล้ว
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553
การติดตั้ง Network Time Protocol (NTP) CentOS
Sat, 06/12/2010 - 09:06 | admin
เพื่อให้ข้อมูลจราจรมีความถูกต้องและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงผู้ให้บริการต้องตั้งนาฬิกาของอุปกรณ์บริการทุกชนิดให้ตรงกับเวลาอ้างอิงสากล (Stratum 0) โดยผิดพลาดไม่เกิน 10 มิลลิวินาที
ขั้นตอนการติดตั้ง
1.ตรวจสอบ package โดยพิมพ์คำสั่งนี้
# rpm -qa | grep ntp*
หากไม่พบ ก็สามารถติดตั้งได้โดยพิมพ์คำสั่งนี้ใน terminal
# yum install ntp -y
การทำงานของ ntp จะทำงานผ่าน port UDP 123 ดังนั้นต้องให้ firewalls เปิด port 123 ด้วย
การเปิดพอร์ตของ firewall สามารถทำได้โดยการแก้ไขไฟล์คอนฟิกของ redhat firewall
โดยการพิมพ์คำสั่งนี้
# vi /etc/sysconfig/iptables
..................................
..................................
หาบรรทัดที่พิมพ์ว่า
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state ESTABLISHED,RELATED -j ACCEPT
แล้วแทรกสองบรรทัดนี้ต่อจากบรรทัดนั้น
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 123 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m udp -p udp --dport 123 -j ACCEPT
เซฟไฟล์แล้วออกมาที่ terminal แล้วสั่ง restart iptable อีกครั้งด้วยคำสั่งนี้
#service iptables restart
2. ตรวจสอบ remote server ว่าสามารถเข้าใช้บริการได้หรือไม่ โดยการพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้
# ntpdate -b time1.nimt.or.th
# ntpdate -b time.navy.mi.th
# ntpdate -b clock.nectec.or.th
3. สำรองไฟล์คอนฟิกเดิมก่อนด้วยคำสั่ง mv
# mv /etc/ntp.conf /etc/ntp.conf.ori
จากนั้นแก้ไขค่าคอนฟิกของ ntp โดยการพิมพ์คำสั่งนี้
# vi /etc/ntp.conf
ให้มีเนื้อหาดังนี้
driftfile /var/lib/ntp/ntp.drift
statistics loopstats peerstats clockstats
filegen loopstats file loopstats type day enable
filegen peerstats file peerstats type day enable
filegen clockstats file clockstats type day enable
server time1.nimt.or.th
server time.navy.mi.th
server clock.nectec.or.th
restrict 192.168.2.0 mask 255.255.255.0 nomodify notrap
restrict 127.0.0.1
จากนั้นให้เซฟไฟล์แล้วออกมาที่ terminal
4. restart service ntp ให้ทำงานทันที และให้ ntp ทำงานทุกครั้งที่บูตเครื่องด้วยคำสั่ง
# servive ntpd restart
# chkconfig ntpd on
ตรวจสอบการทำงานของ ntp ด้วยคำสั่ง
# ntpq -pn
5. ปกติแล้ว ntpd จะมี log อยู่ที่ไฟล์ /var/log/messages
แต่ถ้าต้องการแยกไฟล์ log ของ ntpd ออกต่างห่างให้แก้ไฟล์ /etc/ntpd.conf เพิ่มเติมดังนี้ที่บรรทัดสุดท้ายของไฟล์ /etc/ntp.conf
logfile /var/log/ntp.log
จากนั้นให้ restart service ntpd ด้วยคำสั่ง
# service ntpd restart
ก็จะได้ไฟล์ /var/log/ntp.log แยกออกมา เพื่อที่จะตรวจสอบได้ง่าย
เพื่อให้ข้อมูลจราจรมีความถูกต้องและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงผู้ให้บริการต้องตั้งนาฬิกาของอุปกรณ์บริการทุกชนิดให้ตรงกับเวลาอ้างอิงสากล (Stratum 0) โดยผิดพลาดไม่เกิน 10 มิลลิวินาที
ขั้นตอนการติดตั้ง
1.ตรวจสอบ package โดยพิมพ์คำสั่งนี้
# rpm -qa | grep ntp*
หากไม่พบ ก็สามารถติดตั้งได้โดยพิมพ์คำสั่งนี้ใน terminal
# yum install ntp -y
การทำงานของ ntp จะทำงานผ่าน port UDP 123 ดังนั้นต้องให้ firewalls เปิด port 123 ด้วย
การเปิดพอร์ตของ firewall สามารถทำได้โดยการแก้ไขไฟล์คอนฟิกของ redhat firewall
โดยการพิมพ์คำสั่งนี้
# vi /etc/sysconfig/iptables
..................................
..................................
หาบรรทัดที่พิมพ์ว่า
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state ESTABLISHED,RELATED -j ACCEPT
แล้วแทรกสองบรรทัดนี้ต่อจากบรรทัดนั้น
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m tcp -p tcp --dport 123 -j ACCEPT
-A RH-Firewall-1-INPUT -m state --state NEW -m udp -p udp --dport 123 -j ACCEPT
เซฟไฟล์แล้วออกมาที่ terminal แล้วสั่ง restart iptable อีกครั้งด้วยคำสั่งนี้
#service iptables restart
2. ตรวจสอบ remote server ว่าสามารถเข้าใช้บริการได้หรือไม่ โดยการพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้
# ntpdate -b time1.nimt.or.th
# ntpdate -b time.navy.mi.th
# ntpdate -b clock.nectec.or.th
3. สำรองไฟล์คอนฟิกเดิมก่อนด้วยคำสั่ง mv
# mv /etc/ntp.conf /etc/ntp.conf.ori
จากนั้นแก้ไขค่าคอนฟิกของ ntp โดยการพิมพ์คำสั่งนี้
# vi /etc/ntp.conf
ให้มีเนื้อหาดังนี้
driftfile /var/lib/ntp/ntp.drift
statistics loopstats peerstats clockstats
filegen loopstats file loopstats type day enable
filegen peerstats file peerstats type day enable
filegen clockstats file clockstats type day enable
server time1.nimt.or.th
server time.navy.mi.th
server clock.nectec.or.th
restrict 192.168.2.0 mask 255.255.255.0 nomodify notrap
restrict 127.0.0.1
จากนั้นให้เซฟไฟล์แล้วออกมาที่ terminal
4. restart service ntp ให้ทำงานทันที และให้ ntp ทำงานทุกครั้งที่บูตเครื่องด้วยคำสั่ง
# servive ntpd restart
# chkconfig ntpd on
ตรวจสอบการทำงานของ ntp ด้วยคำสั่ง
# ntpq -pn
5. ปกติแล้ว ntpd จะมี log อยู่ที่ไฟล์ /var/log/messages
แต่ถ้าต้องการแยกไฟล์ log ของ ntpd ออกต่างห่างให้แก้ไฟล์ /etc/ntpd.conf เพิ่มเติมดังนี้ที่บรรทัดสุดท้ายของไฟล์ /etc/ntp.conf
logfile /var/log/ntp.log
จากนั้นให้ restart service ntpd ด้วยคำสั่ง
# service ntpd restart
ก็จะได้ไฟล์ /var/log/ntp.log แยกออกมา เพื่อที่จะตรวจสอบได้ง่าย
วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ลบ cache ใน squid centos
ลบ cache ใน squid centos
#rm -Rf /var/spool/squid/*
#/etc/init.d/squid restart
#rm -Rf /var/spool/squid/*
#/etc/init.d/squid restart
วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553
การสั่งพิมพ์รายชื่อไฟล์ในโฟลเดอร์
น่าเสียดายที่ Windows Explorer ไม่มีฟังก์ชันการสั่งพิมพ์รายชื่อไฟล์ในโฟลเดอร์
มาให้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเทคนิคต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถสั่งพิมพ์รายชื่อไฟล์
ในโฟลเดอร์ใดๆ ก็ได้แบบง่ายดาย
1. ยกตัวอย่างหากต้องการพิมพ์รายชื่อในโฟลเดอร์ Programs File ในไดร์ฟ C:
2. คลิกปุ่ม Start -> Run
3. ที่ไดอะล็อก Run พิมพ์คำสั่ง COMMAND /C DIR C:\Program Files>PRN
4. คลิกปุ่ม OK หรือกด Enter
5. รายชื่อไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ C:\Program Files จะถูกพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์
ที่ติดตั้งไว้ทันที
มาให้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเทคนิคต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถสั่งพิมพ์รายชื่อไฟล์
ในโฟลเดอร์ใดๆ ก็ได้แบบง่ายดาย
1. ยกตัวอย่างหากต้องการพิมพ์รายชื่อในโฟลเดอร์ Programs File ในไดร์ฟ C:
2. คลิกปุ่ม Start -> Run
3. ที่ไดอะล็อก Run พิมพ์คำสั่ง COMMAND /C DIR C:\Program Files>PRN
4. คลิกปุ่ม OK หรือกด Enter
5. รายชื่อไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ C:\Program Files จะถูกพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์
ที่ติดตั้งไว้ทันที
เคล็ดลับของปุ่มโลโก้ Windows
ปุ่มโลโก้ Windows บนแป้นพิมพ์ ผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่จะใช้สำหรับเรียก Start Menu เริ่มแรกผมก็ได้แบบนี้เหมือนกัน แต่พอมาทดสอบเพิ่มเติม
จึงได้ทราบเคล็ดลับดี ๆ ของปุ่ม Windows ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดีมากทีเดียว สำหรับคนใดสนใจจะนำไปใช้ก็ไม่หวงห้ามครับ..
ปุ่ม Windows : แสดง Start Menu
ปุ่ม Windows + D : ลดรูป (Minimize) หรือขยายหน้าต่าง (Restore) ของหน้าต่างที่ใช้งานปัจจุบัน
ปุ่ม Windows + E : เรียกโปรแกรม Windows Explorer อัตโนมัติ
ปุ่ม Windows + F : เรียกโปรแกรมในการค้นหาหรือ Search File
ปุ่ม Windows + L : Lock เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
ปุ่ม Windows + R : แสดงหน้าต่าง RUN
ปุ่ม Windows + U : เปิดโปรแกรม Utility Manager
ปุ่ม Windows + F1 : เรียกโปรแกรม Help และ Support Center
ปุ่ม Windows + Ctrl + F : เรียกโปรแกรมในการค้นหาหรือ Search สำหรับ Computer
ปุ่ม Windows + Shift + M : ยกเลิกการ minimize ทั้งหมด
ปุ่ม Windows + break : แสดงหน้าต่าง System Properties
จึงได้ทราบเคล็ดลับดี ๆ ของปุ่ม Windows ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดีมากทีเดียว สำหรับคนใดสนใจจะนำไปใช้ก็ไม่หวงห้ามครับ..
ปุ่ม Windows : แสดง Start Menu
ปุ่ม Windows + D : ลดรูป (Minimize) หรือขยายหน้าต่าง (Restore) ของหน้าต่างที่ใช้งานปัจจุบัน
ปุ่ม Windows + E : เรียกโปรแกรม Windows Explorer อัตโนมัติ
ปุ่ม Windows + F : เรียกโปรแกรมในการค้นหาหรือ Search File
ปุ่ม Windows + L : Lock เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
ปุ่ม Windows + R : แสดงหน้าต่าง RUN
ปุ่ม Windows + U : เปิดโปรแกรม Utility Manager
ปุ่ม Windows + F1 : เรียกโปรแกรม Help และ Support Center
ปุ่ม Windows + Ctrl + F : เรียกโปรแกรมในการค้นหาหรือ Search สำหรับ Computer
ปุ่ม Windows + Shift + M : ยกเลิกการ minimize ทั้งหมด
ปุ่ม Windows + break : แสดงหน้าต่าง System Properties
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553
ไม่ให้ user แก้ Network
ใช้ OS อะไรอยู่ครับ ถ้า Windows
ใช้ run -->gpedit.msc -->Network ---->Networkwork Connection
จะเลือก Prohibit อะไรก็ได้..แต่ ต้องทำใน User Administrator นะครับ
วิธีการซ่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้หายไปจากเครือข่าย Network
สำหรับใครที่ชอบแชร์ไฟล์บนเครือข่าย Network ของ Office ที่ทำงานหรือภายในองค์กรของคุณ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เพลง ไฟล์หนัง ไฟล์คาราโอเกะ หรือ media ใดๆ ที่คุณไม่อยากให้คนอื่นหรือหัวหน้างานของคุณ Browse Network เจอเครื่องของคุณที่กำลังแชร์ไฟล์ให้กับเพื่อนหรือใครที่คุณต้องการให้เห็น ทิปนี้จะช่วยคุณได้ครับ
วิธีการซ่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้อันตรธานหายไปจากเครือข่ายเน็ตเวิร์คในพริบตา สามารถทำได้ดังนี้
ก่อน อื่นต้องตรวจสอบว่า Server service ของคุณรันทำงานอยู่หรือเปล่า ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดย ไปที่ Start > Run > พิมพ์ว่า services.msc แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นรอสักครู่ Service Console Management ก็จะปรากฏขึ้นมา ให้เลื่อน scroll bar หา Service Name ที่ชื่อว่า Server แล้วดูที่ Status ว่าเป็น Started อยู่หรือเปล่า
* ถ้าไม่ใช่ให้ทำการ Start โดยคลิกขวาที่ Server service > Start รอสักครู่ จนกว่า Status เป็น Started แล้ว แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปที่จะกล่าวถึง
* แต่ถ้า Status เป็น Started แล้ว สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้เลย
* เมื่อตรวจสอบ Server service รันทำงานอยู่เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ Start > Run > แล้วพิมพ์ว่า net config server /hidden:yes แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะถูกซ่อนให้หายไปจากเครือข่าย Network แล้วครับ
* หรืออีกวิธีก็คือให้ไปที่ Start > Run > แล้วพิมพ์ว่า cmd จากนั้นในหน้าจอสำดำ(Command-line) ให้พิมพ์ว่า net config server /hidden:yes แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด ถ้าไม่มีข้อความใดๆ คุณก็จะได้รับข้อความแจ้งว่า The command completed succesfully
* จากนั้นลอง Browse ดูที่ My Network Places ดูนะครับ จะมองไม่เห็นเครื่องของคุณแล้วหล่ะ
* และถ้าต้องการให้กลับเป็นดังเดิม ก็สามารถใช้คำสั่ง net config server /hidden:no เพื่อยกเลิกการซ่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจากเครือข่าย Network
* แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณสามารถบอกให้เพื่อนสามารถเห็นเครื่องของคุณได้ โดยไปที่ Start > Run > แล้วพิมพ์ \\ชื่อเครื่องหรือไอพีเครื่องของคุณ แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นเพื่อนของคุณก็จะเห็นไฟล์ โฟลเดอร์ที่คุณเปิดแชร์ไฟล์ไว้ได้แล้วหล่ะครับ
http://www.techoops.com/webboard/index.php?topic=3423.0
ใช้ run -->gpedit.msc -->Network ---->Networkwork Connection
จะเลือก Prohibit อะไรก็ได้..แต่ ต้องทำใน User Administrator นะครับ
วิธีการซ่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้หายไปจากเครือข่าย Network
สำหรับใครที่ชอบแชร์ไฟล์บนเครือข่าย Network ของ Office ที่ทำงานหรือภายในองค์กรของคุณ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เพลง ไฟล์หนัง ไฟล์คาราโอเกะ หรือ media ใดๆ ที่คุณไม่อยากให้คนอื่นหรือหัวหน้างานของคุณ Browse Network เจอเครื่องของคุณที่กำลังแชร์ไฟล์ให้กับเพื่อนหรือใครที่คุณต้องการให้เห็น ทิปนี้จะช่วยคุณได้ครับ
วิธีการซ่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้อันตรธานหายไปจากเครือข่ายเน็ตเวิร์คในพริบตา สามารถทำได้ดังนี้
ก่อน อื่นต้องตรวจสอบว่า Server service ของคุณรันทำงานอยู่หรือเปล่า ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดย ไปที่ Start > Run > พิมพ์ว่า services.msc แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นรอสักครู่ Service Console Management ก็จะปรากฏขึ้นมา ให้เลื่อน scroll bar หา Service Name ที่ชื่อว่า Server แล้วดูที่ Status ว่าเป็น Started อยู่หรือเปล่า
* ถ้าไม่ใช่ให้ทำการ Start โดยคลิกขวาที่ Server service > Start รอสักครู่ จนกว่า Status เป็น Started แล้ว แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปที่จะกล่าวถึง
* แต่ถ้า Status เป็น Started แล้ว สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้เลย
* เมื่อตรวจสอบ Server service รันทำงานอยู่เรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่ Start > Run > แล้วพิมพ์ว่า net config server /hidden:yes แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะถูกซ่อนให้หายไปจากเครือข่าย Network แล้วครับ
* หรืออีกวิธีก็คือให้ไปที่ Start > Run > แล้วพิมพ์ว่า cmd จากนั้นในหน้าจอสำดำ(Command-line) ให้พิมพ์ว่า net config server /hidden:yes แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด ถ้าไม่มีข้อความใดๆ คุณก็จะได้รับข้อความแจ้งว่า The command completed succesfully
* จากนั้นลอง Browse ดูที่ My Network Places ดูนะครับ จะมองไม่เห็นเครื่องของคุณแล้วหล่ะ
* และถ้าต้องการให้กลับเป็นดังเดิม ก็สามารถใช้คำสั่ง net config server /hidden:no เพื่อยกเลิกการซ่อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจากเครือข่าย Network
* แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณสามารถบอกให้เพื่อนสามารถเห็นเครื่องของคุณได้ โดยไปที่ Start > Run > แล้วพิมพ์ \\ชื่อเครื่องหรือไอพีเครื่องของคุณ แล้วกดปุ่ม OK หรือ Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นเพื่อนของคุณก็จะเห็นไฟล์ โฟลเดอร์ที่คุณเปิดแชร์ไฟล์ไว้ได้แล้วหล่ะครับ
http://www.techoops.com/webboard/index.php?topic=3423.0
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)